การศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการป้องกันการสูญเสียของข้าว
 
 
โดย จีรพร ศรีวัฒนานุกูลกิจ
ลดการสูญเสียก่อนการเก็บเกี่ยว
           การดูแลรักษาให้พืชผลเจริญงอกงามดี เป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งเกษตรกรมีวิธีป้องกันและกำจัดโรคหรือศัตรูข้าวโดยไม่ใช้สารเคมีฉีดพ่น เช่น การใช้พืช นำผลส้มโอ(หรือเปลือก)หรือแตงโม มาฝานเป็นกลีบๆ เอาไปเสียบไม้ปักเป็นระยะๆ หรือเอาใบมะไฟหักเป็นก้านๆ เหน็บไม้แล้วเอาไปปักเรียงจากหัวนาไปหางนา หรือเอายาสูบผสมน้ำใส่กระบอกฉีดไปทั่วๆ การระบาดของเพลี้ย-บั่วอาจจะหยุดได้ นอกจากนั้นถ้าข้าวเป็นโรคใบเหลืองแห้งตายใช้ลูกหมากหนัง(เป็นไม้ยืนต้น ผลมีรสเปรี้ยวจะออกผลในช่วงฤดูฝน) เอามาสับให้ละเอียดนำไปหว่านหรือฝังเป็นจุดๆ ทั่วไร่
 
           การใช้เสียง นอกจากคนคอยส่งเสียงไล่แล้ว ยังมีเครื่องมือที่ใช้ไล่นก-หนู เช่น การทำเกราะไล่นกพลังลมนำไปแขวนไว้ตามกิ่งไม้ การเอาไม้ใส่ข้างในกระป๋องหรือปี๊บที่มีลักษณะคล้ายที่แขวนคอสัตว์ไปแขวนไว้ที่ทุ่งนา เมื่อมีลมพัดจะเกิดเสียงดัง หรือการนำไม้ไผ่มาผ่าแล้วอาจใช้เชือกดึงหรือใช้มือง้างแล้วปล่อยให้กระทบกันเกิดเสียงดัง เป็นต้น
           การใช้ปริมาณน้ำ เมื่อมีเพลี้ยมารบกวนจะปล่อยน้ำให้ขังไว้ในนาจนกว่าเพลี้ยจะหมดไป ถ้าเกิดโรคใบไหม้จะงดให้น้ำในแปลงที่เกิดโรค เพราะถ้างดน้ำแล้วจะทำให้โรคใบไหม้หายไป ต้นข้าวจะกลับมาดีเหมือนเดิม
การใช้เครื่องดักสัตว์ เครื่องมือดักสัตว์ที่ใช้มีหลายชนิด เช่น เกิ้งหรือแร้ว ด้วงหรือหล้วง ขะตั๊ม ขุบ ฯลฯ
           การใช้กลิ่น การเผาเศษไม้เพื่อให้มีกลิ่นควันไฟ หรือการเอากระดูกหมูหรึ่งมาเผา นอกจากข้าวจะงามแล้วยังใช้ป้องกันแมลงได้ด้วย หรือเอาหน่อไม้ดองจำนวนเล็กน้อยวางกับพื้นดินเป็นจุดๆ ที่มด ปลวกกินหรือเจาะต้นข้าว
           การใช้ควัน ถ้ามีมด เพลี้ยหรือบั่ว หรือแมลงอื่นๆ จะก่อกองไฟหลายๆ กองให้มีควัน แมลงเหล่านั้นจะค่อยๆ หายไปเอง นอกจากนั้นยังมีวิธีการอื่นๆ อีก เช่น การจุดตะเกียงเจ้าพายุในตอนกลางคืน แล้วเอาใบตองกล้วยมาทาน้ำมันมัดแขวนไว้ แมลงก็จะบินมาติดที่ใบตองนั้น บางคนใช้ไม้เสียบหนูให้ตายแล้วเอาไปปักที่นาหรือตามทางที่หนูเดิน หนูจะไม่มารบกวนอีก การทำหุ่นไล่กา การเอากระดาษหลากสีหรือแถบเทปคลาสเซทผูกกับเชือกไปแขวนไว้ เมื่อลมพัดกระดาษหรือแถบเทปจะปลิวไปมา นกจะบินหนีไป เป็นต้น
การป้องกันการกำจัดเศษฟางและข้าวลีบ
           หลังจากที่นวดข้าวแล้ว ในกองข้าวเปลือกจะมีทั้งเศษฝุ่น เศษฟางข้าว และข้าวลีบปะปนอยู่ ก่อนนำไปเก็บในยุ้งข้าวหรือในถุง เกษตรกรจะขจัดสิ่งที่ยังปะปนอยู่กับข้าวเปลือกออกไปก่อน ซึ่งเรียกวิธีการนี้ว่า “พัดข้าว” การพัดข้าวมักจะทำโดยการตักข้าวแล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ ในขณะเดียวกันก็จะใช้เครื่องมือ เช่น พัดขนาดใหญ่ (ปัจจุบันมีการดัดแปลงเครื่องตัดหญ้าสะพายไหล่ โดยนำใบพัดของพัดลมไฟฟ้าไปติดตั้งแทนใบเลื่อยที่ใช้ตัดหญ้า แล้วเดินเครื่อง ใบพัดก็จะหมุนเป่าลมออกมา) หรือพัดลมไฟฟ้า พัดให้สิ่งที่ปะปนอยู่นั้นซึ่งมักจะมีน้ำหนักเบาปลิวออกไป ส่วนข้าวเปลือกก็จะตกลงยังพื้นที่รองรับ

           ส่วนการพัดข้าวของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนดอยหลายกลุ่มมีวิธีการที่แตกต่างออกไป โดยจะอาศัยแรงลมธรรมชาติช่วยพัดแทนการใช้เครื่องมืออื่นๆ คือเมื่อจะขจัดสิ่งที่ปะปนในข้าวเปลือกออกไป จะตั้งเสาทำเป็นบันไดหรือการปีนขึ้นไปบนต้นไม้ วันไหนที่เห็นว่ามีลมพัดก็จะนำข้าวใส่กระบุงแบกขึ้นไปบนบันไดหรือต้นไม้ แล้วเทข้าวลงมา ลมจะช่วยพัดสิ่งที่ปะปนอยู่กับข้าวเปลือกออกไป
การลดการสูญเสียจากการนวดหรือตีข้าว
           ความก้าวหน้าของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่โดยการใช้รถเกี่ยวข้าว ซึ่งจะเกี่ยวข้าวและแยกข้าวเปลือกออกจากรวงไปในเวลาเดียวกัน แม้ว่าจะสะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีที่เคยทำมาแต่ดั้งเดิม แต่ในขณะเดียวกันเกษตรกรก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย และมีโอกาสสูญเสียข้าวเปลือกในขณะเก็บเกี่ยวค่อนข้างมาก เนื่องจากพบว่ามีข้าวข้าวเปลือกจำนวนไม่น้อยที่ตกกระจัดกระจายทั่วไปในพื้นที่นา หากเกษตรกรไม่ไปเก็บก็จะสูญเสียข้าวเปลือกจำนวนดังกล่าวไปได้ ในขณะที่การนวดหรือการตีข้าวในแบบดั้งเดิมจะทำในพื้นที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง โดยใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่งรองรับข้าวเปลือก เช่น การใช้ครุ การใช้เสื่อขนาดใหญ่(ปัจจุบันอาจใช้ผ้าใบแทน) ปูที่พื้น การอุดรูรั่วของพื้นดินโดยการใช้มูลของวัว-ควายทาบริเวณที่จะนวดข้าว แล้วจึงนวดข้าว ข้าวเปลือกก็จะตกอยู่บนสิ่งที่รองรับนั้น
 
 
 
 
 
 
 
 
     
สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว
Center of Excellence in Postharvest Technology
โทรศัพท์ : 055-963014 โทรสาร : 055-963015 e-mail : peerasakc@gmail.com